Profil von somboontEe^^yAiFotosBlogListenMehr ![]() | Hilfe |
tEe^^yAithe tripper /(=-_-=)/ 26 September AWAYผมชอบเที่ยว.. ชอบไปในที่ที่ไม่เคยไป... ชอบไปที่ที่ไม่เคยสัมผัส... ผมเชื่อเสมอว่า... การเดินทาง คือ 1 ใน กำไรชีวิต 10 ข้อ ( ที่จำไม่ค่อยจะได้แล้วว่าที่เหลือมีไรบ้าง ) การเดินทางทำให้ มนุษย์ ค้นพบ การเดินทางทำให้ ผมค้นพบ การค้นพบ à สิ่งใหม่ à น่าตื่นตาตื่นใจ à ความสุข ...
การเดินทางทำให้ ผมมีความสุข... แค่คิดว่าจะได้ไปที่ไหนสักแห่งที่ไม่เคยไป... ก้อรู้สึกดีแล้ว... จินตนาการ... ความสุข... ...
รูปภาพที่เราเห็น... คือ 0.0001 % ของข้อมูล และ ความรู้สึกที่ได้ไปสถานที่นั้น เพราะเรามองรูปด้วยตา... ...
เคยเห็นรูป ภูเขา สวยๆ มั๊ย ? ภูเขาไม่ได้สวยหรอก “รูป” ต่างหากที่สวย ภูเขา จริง อาจไม่สวย หรือ มหัศจรรย์ กว่าที่คิด ??
...
หากพอมีเวลา ลองเปลี่ยนวิธีการเดินทางโดย ใช้การเดินทางด้วยเท้า.. จะพบว่า เส้นทางเดิมที่ผ่านทุกครั้งนั้น มันไม่เหมือนเดิม... ไม่เชื่อ...ลองดู ...
ว้า...ไปเที่ยวกัน
15 Juni 22 years laterฝึกงานเสร็จแล้ว...
ทำให้รู้อะไรหลายๆ อย่าง ว่าวิชิาชีพ "สถาปนิก" อาชีพสุดฮิตของ พระเอกหนังเกาหลี เวลาทำงานไม่ได้เท่เหมือนในหนัง ที่มีเวลา เดินหล่อทั้งวัน นั่งจิบกาแฟ เล่นกับหมา ชอปปิ๊ง ปลูกต้นไม้ฯลฯ เชื่อผมเหอะ ...!!! แต่อาจมี แฟน สวยเหมือนในหนัง ...รึป่าว อันนี้ไม่รู้ สถาปนิก ARCHITECT
อาชีพ ที่ ออกแบบ สถาปัตยกรรม อาคาร บ้าน เรือน พื้นที่ว่าง ฯลฯ อาชีพ ที่ ทำงานร่วมกับคนนับร้อย นับพัน อาชีพ ที่ การทำงานไม่มีวันจบ สิ้น อาชีพ ที่ ผมเดินทางมาใกล้ขึ้นทุกที ... ถ้าเปรียบเทียบอาชีพนี้กับ ภาพวาด ( เหมือนที่เค้าถามกันในทีวี ) ที่เหมาะที่สุดคงจะป็น "กระดาษว่างเปล่า" กระดาษ ที่พร้อมที่จะเติมแต่ง ขีดเขียนเป็น ภาพ ดินสอ หมึกปากกา สี คือ อุปกรณ์ สไตล์การวาด คือ ลายเส้นส่วนตัวเฉพาะบุคคล จินตนาการ คือ การประมวลภาพในสมองก่อน ละเลงบนผืนผ้าใบ หรือ กระดาษ ว่าแต่ ...
สถาปนิกทุกท่านครับ...ซื้อกระดาษ กัน รึยัง (^_^)
ขอบคุณ -คุณ ที่ยังกรุณาใช้เวลาอันมีค่าเข้ามาอ่าน และแอบอ่าน... อยากบอกว่า ผมก้อแอบอ่านของคุณอยู่นะ -คุณ ที่อยู่ด้วยกัน -คุณ และ คุณ และ คุณ 02 Dezember move onขึ้นปี 4 มา....
ชีวิตเริ่มแตกต่างจากวันก่อนๆ
อนาคตเริ่มเป็นสิ่งที่ใกล้ตัว...
เริ่มมองออกไปข้างหน้าเพื่อถามหาตัวเองในสิ่งที่ต้องการจะเป็น
เพื่อน ๆ ต่างมหาลัยที่เรียน 3 ปีครึ่ง จะรับปริญญากัน.... ทำไมมันเร็วจัง ถามดูอีกทีก้อบอกว่าได้ที่ทำงานแล้ว.....
บรื้ออออออออ อะไรจะขนาดนั้น
แต่ ตั้งแต่ได้ยินเรื่องหาที่ฝึกงาน
เหมือนทุกอย่างจะหยุดนิ่งไปสักพักนึง ( พัก ใหญ่ ๆ เลยแหละ )
-คำถามแรกที่เกิดคือ.... จะฝึกที่ไหนดี? กรุงเทพ ภูเก็ต เชียงใหม่
หรือ ที่อื่น
-คำถามที่เกิดจากรุ่นพี่คือ ?
อยากทำงานแบบไหน
design หรือ คุม site หรืออย่างอื่น.....
แล้วกูจะรู้ไม่เนี๊ยยยย ในเมื่อยังไม่เคยฝึกงาน
เอาวะ...ไม่ลองไม่รู้ แต่ในที่สุด
ก้อได้ฝึกงานในบริษัทมีชื่อแห่งหนึ่งแถวซอย อารีย์ ( ทำให้ลึกลับทำไม 555)
คือ บริษัท Inter pac ของ อ.ยอดเยี่ยม
ข้อตกลงของบริษัทก่อนที่จะรับคือ
1. ฝึก 2 เดือนเต็ม
2. ทำงานหนัก 3. ต้องทำงานตามที่พี่ที่ office ให้ทำทุกอย่าง
4. ไม่มีค่าตอบแทนใด ๆ ทั้งสิ้น
โอเค กด 1 ไม่แน่ใจ กด 2
ไม่สนใจ กด 3
แต่ตัวเลขมีให้กดแค่ปุ่มเดียว ....
22 Juni วันที่ชั้นป่วย...ไม่ได้ เข้ามาในนี้นานมากแล้ว ตอนนี้เพิ่งจะตื่นในใจคิดว่า วันนี้แหละ จะต้องเขียนความรู้สึก ลงบนอะไรซักอย่าง..
ในวันที่นิทรรศการ" สถาปัตยเรขา 48" เปิด จันทร์ที่ 19 มิ.ย. ตื่นมาตอนเช้ารู้สึกระคายเคืองที่คอ ตอนเที่ยงเลยไปขอ ยาอมที่ห้องพยาบาลมา ยังอุตส่าห์อมได้ทั้งซองทั้งๆที่รู้สึกว่ามันไม่ได้ดีขึ้นเลย กลับหอไปเอารองเท้ากางเกงมาเตะบอล
เตะได้ซักพักฝนตกซะงั้น..คิดว่าจะวิ่งให้เหงื่อออกเยอะจะได้หายป่วย...เลยต้องกลับหอเร็ว คืนนั้นเสียงหายไปไหนไม่รู้อาบน้ำเสร็จเลยว่าจะนอน ทั้งๆที่ตัวร้อนแต่กลับรู้สึกหนาว ปิดพัดลมห่มผ้า ก้อไม่ดีขึ้น ตื่นขึ้นตอนเช้า ( 20 ) แบบมึนสุดๆ หัวหนักมาก วันนี้ขอไม่อาบน้ำแล้วกัน ล้างหน้าก้อคงพอ พักเที่ยงไปห้องพยาบาล เจอ อ. คนเดิม ทำหน้าสงสารเราสุดๆ ( ในใจคิดว่า "นี่กูดูแย่ขนาดนั้นเลยหรอวะ" ) เค้าก้อให้ยามาเหมือนเดิม และยังไม่ลืมที่จะพูดรอบสอง
( จากเมื่อวาน ) ว่า " วันที่ 4 ก.ค. อย่า ลืม มาบริจาคเลือด นะลูกกกก "
ตอนเย็นไปทำงานต่อที่บุนรอดเพราะว่าไม่ได้ทำมาหลายวันมันค้าง ๆ คา ๆ
แม่โทรมา..
จิงๆ โทรมาหลายวันแล้ว ไม่อยากจะบอกว่าไม่สบาย กลัวเค้าจะเป็นห่วง..แต่ตอนนั้นพลาด..กลั้นไอไม่อยู่
เพียงแค่นั้นแหละ แม่ก้อรู้ทันทีว่าไม่สบาย...
ทำงานถึง 3 ทุ่ม ก้อกลับถึงหอไม่ได้ทำไร ก้อฟุบตัวลงบนเตียงด้วยความเพลีย ไม่สนใจไรทั้งนั้น
( ตอนนั้น เยอรมัน เตะกะ เอกวาดอร์ )
โชคดีและโชคไม่ดี โชคดีคือ ที่ตื่นมาทัน ดูบอลคู่ อังกฤษ กะ สวีเดน พี่ชายผม ( บักเจิด ) ยิงอีกแล้วคับ!!!!~(^o^)/
โชคไม่ดีคือ คืนนั้นไข้ขึ้น กว่าวันก่อน หนาวมาก
ในใจคิดอยากโทรไปหาแม่ อยากได้ยินเสียงแม่ อยากคุยกะแม่ ซึ่งความเป็นจริงถ้าโทรไป..
เค้าก้อคงตื่นขึ้นมารับโทรศัพท์
แต่รู้ว่าจะไม่โทรเด็ดขาด รบกวนเวลานอน..
ตอนเช้าแม่โทรมาปลุก และถามอาการ เราก้อบอกไปตามตรงว่าไม่ดีขึ้นแม่เลยบอกให้ไป หาหมอ
เราก้อรับปากไป แต่ในใจก้อคิดว่าคงไม่ไป เพราะคิดว่าเดี๋ยวก้อหาย..
แต่ตอนนั้น ไม่อยากจะไป ล้างหน้า แต่งตัวเลย ( ไม่อาบน้ำอีกแล้ว ) ในใจคิด สารพัดข้ออ้างในการนอนต่อ
แต่ก้อต้องแพ้ตัวเองอยู่ดี...
อดทนเรียน...น้ำมูกก้อไหล ตัวร้อน จะเที่ยงอยู่แล้ว ไม่ไหวแล้ววว ไป โรงบาลๆๆๆๆ ไม่เรียนมันแล้ว..
ศิริราช ศิริราช ศิริราช ศิริราชชชชชชชชชชช
โอ๊ย ทำไมมันคนเยอะแบบนี้ กูป่วยมึงเห็นมั๊ยกูป่วย จะให้กูรอไปถึงไหน!!
2 ชั่วโมง ครับ ไม่คิดไม่ฝันว่าเบ็ดเสร็จจะต้องรอนานขนาดนั้น
คุณหมอ ก้อเหมือนกัน ...ไม่พูดไรเลยว่ากูเป็นไร ไม่บอกกูเลยว่ากูควรกินไร ไม่ควรกินไร
เขียนๆๆๆๆ แล้วก้อบอกว่าเอาใบนี้ไปจ่ายตังแล้วรับยา..!!!!!~
กูนี่อึ้ง!!!
แท็กซี่มาส่งที่หอ ซื้อขนมปังลูกเกด 5 บาท ถึงห้อง...ทิ้งตัวก่อน แกะขนมปังแล้วนอนเคี้ยวทีละคำ กินหมด ซัดยา แล้ว นอนแม่งเลย....
...
..
.
5 โมงเย็น ขึ้น ลุก ขึ้น มาแปรงฟัน เข้าห้องน้ำ แล้วลงมานอนต่อแต่ไม่ได้หลับ
นอนคิดถึงสิ่งที่เกิดขึ้นมา 2- 3 วันนี้ ทำไมมันทรมานแบบนี้ ทำไมต้องป่วยด้วย...
คิดถึงแม่
อยากกลับบ้าน อยากอยู่กะแม่ อยากมีคนคอยดูแล คอยเช็ดตัวให้เวลาตัวร้อน คอยบอกว่ากินข้าวได้แล้วจะได้กินยา...
มีแต่แม่เท่านั้นที่เป็นห่วงเรามากที่สุด...
จำไว้
10 März ....เสร็จทุกราย ??ถึงเวลาสำหรับการพักผ่อน ( จิง ๆ ) กะเหล่า studio 49 ทั้ง 37 คน
เสม็ดคือ จุดหมาย...
เดินทางด้วยรถ คันใหญ่ พร้อมสัมภาระ ( น้องแอล )
บาบีคิว-ซาบะ-ผัดผงกระหรี่-ปลาหมึก-โป๊ะแตก-ไข่ปิ้ง-
ส้มตำ-กระเพราทะเล-ปู-หอย-ปลากระพง-ข้าวผัด-ไข่เจียว-สัปปะรด
รู้สึกดีจัง...
-ได้พักผ่อน...
-ได้อยู่กะเพื่อนๆ...
-ได้นั่งเฉยๆ แหงนหน้ามองดาวฟังเสียงน้ำทะเล และ เสียงกีตาร์ที่เพื่อน ๆ เล่น...
-ได้ลืมๆ อะไรไปบางอย่าง..............
-ฟังเสียง สต้าท เรือรู้สึกเหมือนยังกะอสูรกาย กำลังพิโรด...( สปีดโบ๊ท )
-เล่น แชร์บอล ใน น้ำ...โอวววว มัน
-ถูกเรียกใช้ทุก ๆ 5 นาที...ไม่เชื่ออะดิ
-อยู่กะคนที่สามารถเต้นด้วยกันได้แม้ไม่เมา...
-เล่นมุขตลอด 24 ชม.โดยไม่เกรงกลัวฟ้าดิน...
-ใช้ท่าผาดโผน (กระโดดน้ำ)...
-ศึกษาชีวิตของ (ไอ้) สัดทะเล เช่น หอยเม่น ( ถ้าเลือกได้ ขอไม่รู้จะดีกว่า... )
-ให้เพื่อนเอาหินทุบเท้าให้ ( หนามหอยเม่น )... ทั้งๆที่บอกว่าเจ็บ ยังเสือกจะเอามือบีบแผลอีก...
-อาบน้ำในห้องที่มีรูใหญ่เท่ากำปั้น...เปิดประตูเลยเป็นไร !!!!~
-สังสรรหน้าบ้านคนอื่น ไม่สนใจว่าเค้าจะนอนรึยัง....รุ่นใหญ่ก้อเงี๊ยะ...
ดี...
แต่อดดูบอล...ทั้ง 2 คืนเลย............~!!!~
คุ้มจริงๆ
" 1500 นี้...ได้อะไรเยอะกว่าที่คิด"
...
21 Februar คำคม..
ในที่สุดก้อผ่านช่วงวิกฤตของ เดือนแห่งความรักมาได้
( ถ้าได้อ่าน blog ที่แล้ว จะเข้าใจว่ามันไม่ได้เป็นแบบที่คุณคิดหรอก หึหึ )
พอดีอ่านเจอคำพูดของ ไอน์สไตน์ คำนึงเข้า...
Only a life lived for others is a life worth while.
" มีเพียงชีวิตเพื่อผู้อื่นเท่านั้น ที่มีคุณค่าแก่การมีชีวิต "
.....
..
ถึงกับ กระอัก...
( โดนเพื่อนชก ...ไม่เกี่ยวไรกะคำคม.... 555!!!!~ )
นั่งเพ่งมันอยู่ตั้งนาน...... " เอ๊ .... มันหมายความว่าไง ว๊า...
ซักพักถึงจะเข้าใจ...
..
..
.
( ว่า ที่แท้ กรูก้ออ่อนภาษาไทยนี่เอง...)
..
..
..
งั้นที่บอกว่า " ชีวิตมีค่านะ ชีวิตมีค่านะ อย่าคิดสั้นเลย..."
ความหมายคือ ให้อยู่เพื่อคนอื่นว่างั้น....
งั้นก้อแสดงว่าเพลง " อยู่เพื่อตัวเอง " ของ mad pack it ก้อขัดกันสิ....
หรือว่ากรูฟังเพลงไม่เข้าใจอีก...
โอ๊ย....
( ไม่เก่ง ภาษาไทย แล้วไงวะ ...)
เอางี๊...เอางี๊
คุณคิดยังไง?
บอกด้วยนะ...
^O^
|
||||||||||||||||||||||||||||||
|
|